Diary : January,1 2010
 
วันนี้วันที่ 01-01-10
เลขน่ารักจัง
ฮ่ าๆๆ
 
  
เช้านี้ เริ่มต้นไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
เราช้าเองแหละ
จะพากันไปทำบุญที่วัดไง
แล้วเพิ่งมาปลุก
เซงรมณ์เลย
ก็เลยช้านิด ช้าหน่อย
 
แล้วก็ทางที่ขับไปวัดนั้น
ผ่านบ้านหลังหนึ่ง
โตมา กๆๆ
กำลังมีงาน ทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ตั้ง 3 วันแน่ะ ไม่ค่อยจะเว่อร์อะ
แถมไม่พอ  ปิดทางไปวัดอีก
พ่อต้องเสียเวลาขับอ้อมไปทางลัด
ทางก็แคบยิ่งกว่ารูหนูผ่านซะอีก
= =*
เซงรมณ์!
 
ตอนกลางวัน
เจ้าหลานชายก็มาเที่ยวที่บ้าน
น่ารักมากกก~
ไม่งอแง  แถมเชื่อง(??)อีกต่างหาก
๕๕ ๕+
ฟันเพิ่งขึ้นได้ไม่กี่ซี่
แต่ชอบกัด
วันนี้ ได้รอยฟันตั้ง 4 ซี่
บน 2 ล่าง 2  ประทับไว้ที่ต้นแขน
เจ็บมา กกก!~
นึกว่าเนื้อจะหลุดแล้วซะอีก ตอนที่โดนกัดน่ะ
TT^TT  ดุร้ ายย!~
 
 
 
 เย็นนี้ มีญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
ขึ้นมาเที่ยวเหนือ
มาจากกรุงเทพ
 มาคุยเรื่องสัพเพเหระกัน ไม่ได้เจอกันตั้งนาน
คุยกับพ่อ กับแม่ กับย่า
แล้วเรานั่งเล่นคอมอยู่ในบ้าน
ส่วนหูก็คอยดังฟังเสียง
เคี้ย กๆๆ
แล้วก็คุยกันมาถึงเรื่องลูกชายของเขา
ที่อายุแก่กว่าเราปีนึง
เขาไปสอบแพทย์ หลายที่  แต่ก็ไม่ติด
เท่าที่ได้ยินก็มี ม.ขอนแก่น ม.ธรรมศาสตร์ ม.จุฬา  ไรงี้
 โห!~  สามารถอะ  แต่ป้าบอกว่าไม่ติด
แล้วเขาก็กำลังจะไปสอบที่ม.บูรพาอยู่นะ
คิดว่า จะเอาให้ติดให้ได้
 แล้วแม่ กับ พ่อเราก็ปรึกษาเรื่อง เข้าค่าย ที่นครปฐม
แรก ๆ ที่เรานำเรื่องมาเสนอ พ่อลงความเห็นว่า ไม่! อย่างเดียวเลย
เพราะ มันไกล
เราเป็นผู้หญิง  มันน่ากลัว
= =*
ตอนนั้น ยอมรับว่ารู้สึกเครียดมากกกก!
แอบไปร้องไห้กับเพื่อนหลายครั้ง
แต่พอกลับมาอ่านโบร์ชัวร์ที่ส่งมาบ้านอีกที
ตอนแรกนึกว่าจ่ายแค่ 4000 โห  ไมถูกจัง
แต่ดูไปดูมา มันแค่เงินมัดจำ* = ="
ส่วนค่าค่ายจริง ๆ น่ะ
ตั้ง หมื่นกว่า  เกือบสองหมื่นแน่ะ
เราเลยตัดใจ  โหย  มันแพงไป
ไว้เรียนแถวเชียงใหม่เอา็ได้
มีคาเด็ทหลายที่อยู่
เรียนคอร์สเป็นปีเอา
 
แต่วันนี้ ป้ามาให้เหตุผลที่เราคิดว่า
มันจะสามารถทำให้พ่อกับแม่เราเปลี่ยนใจได้
ป้าบอกว่า มันจะไปเรียนอะไร เข้าค่ายที่ไหน ก็หล่อยเหอะ
พวกเด็กที่เข้าค่าย เข้าคอร์สอะไรต่าง ๆ น่ะ
มันมักจะได้เปรียบกว่าคนที่ไม่ได้ไปเสมอ
ป้าเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง
เพราะป้าไม่ให้ลูกชายป้าไปเข้าค่ายอะไรที่ไหนเลย
เพราะคิดว่า อ่านเอง สอบเอง ดีกว่า
แต่ถ้าเด็กไม่เข้มพอ  ก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก
พอสอบจริง ๆ เข้า ก็ยังไม่ติดเลย
 
ป้าบอกว่า ถึงมันจะไกล แต่ถ้ามีระบบรักษาความปลอดภัยดี ก็ไม่น่าห่วงอะไร
ปล่อยไปเลย  ให้มันได้เรียนรู้ถึงโลกกว้างบ้าง
มันจะได้เห็นอะไรที่กว้างขึ้นกว่านี้
ขืนไม่ปล่อยมันสิ  จะลำบาก
การงานสมัยนี้น่ะ ยิ่งหายากอยู่
ครูที่โรงเรียนบอกว่า ถ้ารุ่นเราจบมหาวิทยาลัยไปนะ
โอกาสที่จะไม่มีงานทำ หรือตกงาน มีสูงมาก!!
ป้าบอกว่า ถ้าเราไปทางนี้น่ะ
จบมา ได้ทำงานเลย  มันเหนาะ ๆ เลยอะ
ไม่ต้องไปหางานทำ แย่งคนอื่น
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เราเลือกเส้นทางนี้
 
อุปสรรคของเราในตอนนี้ ณ ปัจจุบันนี้ คือ
ความสูง : ไม่ถึง 160
การเรียน : พอถู ๆ ไถ ๆ แต่ตอนนี้ เริ่มไม่ใส่ใจแล้ว
วิ่ง : น่าจะพอได้อยู่ เพราะเคยสอบ รด. มาแล้ว
แค่เพิ่มเข้าไปอีก 200 ม. เอง = ="
ว่ายน้ำ : ได้ แต่ไม่แข็ง 
ตอนนี้พยายามจะไปว่ายน้ำทุกอาทิตย์แล้ว
แต่อาทิตย์ก่อนไม่ได้ไป เพราะติดธุระ  อะไรซักอย่างนี่แหละ  จำไม่ได้
อาทิตย์นี้ ก็คิดว่าคงไม่ได้ไปอีก
เพราะ วันหยุดปีใหม่
 
เท่านี้เอง
แต่ตอนนี้ ขอแค่ความสูงถึง ก็ไม่ห่วงอะไรแล้ว
 
 
เอ้อ !  ตอนกลางวัน
เพื่อนสนิทข้างบ้าน โทรมาชวนไปดูหนัง
แต่เราไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวเท่าไหร่
เพราะเป็นหวัดน่ะ  เลยไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่
มันไม่สนุกไง  อยากอยู่บ้านมากกว่า
ดูหนังไป สูดน้ำมูกไป เสียงยิ่งเงียบ ๆ อยู่
อายเขาตายเลย!!
เพื่อนก็เหมือนจะงอน ๆ
เราก็เห็นใจอยู่แแหละ
เพราะนี่ก็เบี้ยวนัด มา 2 ครั้ง แล้ว
ไว้แก้ตัวใหม่
ต้องมีโอกาสสำหรับแก้ตัวเสมอ
แต่ไม่ควรมีบ่อยนะ
จำเอาไว้!~
 
 
วันนี้ว่าง ๆ
ก็เลยเข้าไปอ่าน ๆ ฟอรั่มคุยกัน ในเว็บ เว็บหนึ่ง
ก็ได้เข้าไปอ่าน จำพวก ฟอร์เวิร์ด เมล์มา
บางกระทู้ก็ขำขัน
บางกระทู้ก็ซึ้งจับจิต จับใจ
บางกระทู้ก็น่ากลัวเกินจะกล่าว
บางกระทู้ก็ฮาขี้แตกขี้แตน
ไว้ว่าง ๆ จะเอามาลงให้อ่านกัน
 
โดนใจที่สุดก็เห็นจะเป็นกระทู้นี้ :
 
 
เราอ่านแล้ว,,
โห~ อย่าง... เกินจะบรรยายอะ
น่าเห็นใจพวกเขามาก ๆ เลยนะ
 
เราก็รู้จักชีวิตทหารมาบ้าง
จากการเรียน รด.
เขาเรียกนักเรียนรด.ว่า นศท.
ย่อมาจาก นักศึกษาวิชาทหารอะแหละ
หลายคน มักว่าเรา "ถึก"
ขอบคุณค่ะ = =*
 
เราไปฝึกที่ศูนย์โดยตรงเลย
ฝึกกับทหารโดยตรงเลย
หากอาทิตย์ไหน เรียนกับครูโหด ๆ
ก็จะถูกสั่งลงโทษ  โหด ๆ
แต่เรียนแล้ว  ก็สนุกดี  ได้ประสบการณ์เยอะแยะ
 
เราอยากให้อ่าน
เพราะมันดีมาก ๆ เลย
 

 
 
 -----------------------------------------------------
 
 
แล้วก็ได้เข้าไปอ่านเรื่องของ หมวดตี้ กับ หมวดแคน
น่าเศร้าใจจริง ๆ
เคยเข้าไปอ่านในไดอารี่ของหมวดตี้
แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าหมวดตี้ได้เสียชีวิตแล้ว
พอรู้อีกที ลองกลับมาอ่านอีกครั้ง น่าเศร้ามาก
เพราะว่า วันนั้น วันที่เขาเสียชีวิต
เป็นวันเกิดของหมวดตี้ แล้วก็เป็นวันเกิดของแม่หมวดตี้ด้วย
 
 
พอเรามาทบทวนดูแล้ว
ที่เป็นแบบนี้ ทุกวัน
เพราะมันเป็นสัจธรรมของชีวิต
มีทุกข์ มีสุข
มีการแก่งแย่ง แย่งชิง
น่าเศร้าแน๊อะ!
 
 -------------------------------------------
 
 
อีกกระทู้หนึ่ง เป็นเรื่องน่ากลัว ๆ
เกี่ยวกับ : "ตาย 305"
อ่านแล้ว น่ากลัวมา กๆ เลย
 
เขาบอกว่า เป็นเลขที่ไม่ดี
ต่า ง ๆ นา นา
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ลองถามกูเกิ้ลได้ (ฮา)
แต่ถามได้จริ ง ๆนะ
 
ไว้จะเอามาลงให้
 
 ฝันดีจ๊ ะ!*
:]
 



Comment

Comment:

Tweet